011 | Review – WOMBS

ยังดองรีวิว Utaware ภาคสองไว้อยู่ แต่ขอคั่นรายการด้วยเรื่องนี้ค่ะ “WOMBS”(ปฏิบัติการข้ามมิติ) ของ SIC ซึ่งมีทั้งหมด 5 เล่มจบ เล่มสุดท้ายเพิ่งออกเมื่อพค. 60 นี่เองล่ะ

พล็อตค่อนข้างแปลกเลย อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยดูหนังหรือการ์ตูนไซไฟแนวเอเลี่ยนด้วยแหละ เพราะเนื้อเรื่องแบบย่อมากๆคือ ที่ต่างโลก ผู้หญิงท้องต้องไปเป็นทหาร แต่ในท้องเนี่ยไม่ใช่ลูกคนนะ เป็นลูกเอเลี่ยน!

wombs-19263

WOMBS (ปฏิบัติการข้ามมิติ,ウームズ) ลิขสิทธิ์ไทยโดย SIC , 5 เล่ม(จบ)

Drama, Sci-Fi, Seinen

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เพื่อนแนะนำมาค่ะ (จำไม่ได้แล้วว่ามันให้เล่ม 1 มา หรือแนะนำให้ไปซื้อ 555) เราเห็นชื่อเรื่องกับภาพปกแล้วแบบ เออน่าสนใจแฮะ แนวทหารหญิงไปออกรบ แต่ชื่อ wombs (มดลูก) เนี่ยนะ???
ภาพรวมออกจะเป็นแนวไซไฟ(ต่างดาว-เอเลี่ยน) แต่ส่วนตัวเราว่ามันไปทางแนวทหารกับดราม่าอยู่มากกว่า

คำเตือน : ตรงไหนที่อาจมีสปอยล์จะเตือนตัวแดงๆไว้นะ!


เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องกล่าวถึงเหตุการณ์บนดาวดวงนึงที่ไม่ใช่โลกมนุษย์ แต่มีมนุษย์เข้ามาทำการตั้งรกราก และในปัจจุบันกำลังทำสงครามกันอยู่ โดยฝ่ายนึงคือ”เฟิร์ส” (มนุษย์ที่เข้ามากลุ่มแรก) และอีกฝ่ายคือ”เซคันด์” (มนุษย์ที่มาทีหลังแต่ต้องการที่จะครอบครองพื้นที่สำหรับทำการเกษตร และต้องการให้เฟิร์สเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเป็นแบบเดียวกับพวกเขา) ตอนนี้ทั้งโลกยอมอยู่ใต้การปกครองของเซคันด์หมดแล้ว เหลือก็แต่ประเทศของนางเอก (มาร์น่า ออก้า) ที่ยังขัดขืนและก่อสงครามต่อ แต่ก็ใกล้แพ้เต็มทนแล้ว
ส่วนตัวออก้านั้น เธอเป็นแค่ลูกสาวชาวไร่ธรรมดา อายุเพิ่งจะขึ้นเลข2 แต่วันนึงเธอก็โดนเรียกตัวไปเป็นทหารใน “หน่วยส่งถ่าย” ซึ่งหน่วยนี้ผู้ที่จะเข้าได้ต้องเป็นผู้หญิงวัยรุ่นเท่านั้น เพราะทหารหน่วยนี้จะต้องแบก”ตัวอ่อน”ที่ใช้ช่วยในการ”ส่งถ่าย”เอาไว้ในครรภ์ตัวเอง
แต่การ”ตั้งครรภ์ตัวอ่อน”นี่ก็ไม่ได้ให้ปล่อยไปจนคลอดออกมานะ พอถึงเวลาที่เหมาะสม(1 cycle) ก็จะต้องผ่าออก และถ้าใครยังไหวก็สามารถต่อ cycle ต่อไปได้เลย

ตัวอ่อนที่ว่านี้เป็นตัวอ่อนของสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมบนดาวนี้(ไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ) ที่มีชื่อว่า “นีบัส”
ความสามารถของตัวอ่อนนีบัสคือ สามารถพาเหล่า “แม่ๆ” ทั้งหลายวาร์ปไปยังจุดใดของโลกก็ได้ที่เป็นพอยต์ (อารมณ์ประมาณวาร์ปไปในจุดที่เคยปักหมุดบนแผนที่ไว้แล้ว) บน พิกัดความว่างเปล่า

การวาร์ปนี้ค่อนข้างจะต่างจากการวาร์ปแบบปกติที่จู่ๆก็ย้ายไปอีกทีนึง หรือวาร์ปแบบยานอวกาศ กล่าวคือ ระหว่างวาร์ป ทหารหน่วยส่งถ่ายจะได้เดินทางไปในอีกมิติหนึ่งที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นจริง และจินตนาการ (ในเรื่องจะเรียกว่า พิกัดความว่างเปล่า นี่แหละ) ซึ่งตำแหน่งบนมิตินี้จะทับซ้อนกับมิติของความเป็นจริง ดังนั้น พอยต์ ที่เหล่าทหารสามารถวาร์ปไปมาได้ ก็จะเป็นตำแหน่งเดียวกับบนโลกแห่งความเป็นจริง เพราะฉะนั้นหน่วยนี้จึงมีความสำคัญในการขนทหาร ยานพาหนะ และสิ่งของไปใช้ในการรบ รวมถึงการสอดแนมด้วย เพราะบางพอยต์ก็ไปตรงกับพื้นที่ของศัตรู

ดังนั้นจึงกลายเป็นว่า นอกจากผู้ชายถูกเกณฑ์ไปรบ ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ของประเทศนี้จะถูกโดนเกณฑ์ไปท้องลูกเอเลี่ยนซะหมดด้วย ส่วนลูกคนจริงๆให้ไปโตในเครื่องจักรครรภ์เทียมแทน!

ออก้าและเพื่อนๆสาวรุ่นจะเป็นยังไง ความรู้สึกในการมีท้องแรก(หรือสอง?)ของพวกเธอ แต่ข้างในกลับไม่ใช่มนุษย์ หรือภารกิจและการฝึกในฐานะทหารจะหนักหนาสาหัสเพียงใด ก็ต้องไปหาอ่านกันต่อ ซึ่งเนื้อเรื่องพีคขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอนค่ะ


ตัวละคร

Untitled-2

มาน่า ออร์ก้า – สาวใสชาวไร่วัย20ต้นๆ จากชานเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการทำไร่องุ่น หลังจากที่ได้รับจดหมายเรียกตัวให้มาเป็นทหาร แฟนหนุ่มของเธอก็คัดค้าน แต่เพราะคิดว่านีบัสที่ถูกปลูกถ่ายไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวเหมือนที่เรียนมา เลยต้องเข้าร่วมอย่างช่วยไม่ได้ สังกัดทีม1 หน่วยอัลเมียร์

ตอนแรกดูเหมือนเธอจะเป็นทหารทั่วไปที่ค่อนข้างอ่อนแอ แต่พอความสามารถพิเศษของเธอตื่นขึ้นหลังจากการได้เข้าไปในพิกัดแห่งความว่างเปล่า หลายๆอย่างก็เหมือนจะเปลี่ยนไป

Untitled-5

กลุ่มทีม1 (มาเรีย / แคส / เค / เชด) และ เนิร์ส

มาเรีย – ในกลุ่มมาเรียจะอายุมากกว่าเพื่อนด้วยกัน แต่ร่างกายค่อนข้างอ่อนแอกว่าเพื่อน หลังจากลูกสาวเกิดก็ต้องเดินทางมาเป็นทหารทันทีโดยที่ไม่ทันได้เลี้ยงดูเลย

แคส – แต่งงานแล้ว พยายามมีลูกหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ต่อมาทั้งเธอและสามีต้องมาเป็นทหารทั้งคู่ ความฝันของเธอคือรีบจบภารกิจนี้เร็วๆ ตามหาสามีของเธอแล้วกลับไปเปิดร้านอาหารด้วยกัน

เค – นักเรียนวิจัยที่ต้องสละเก้าอี้ในห้องเรียนมาเป็นทหาร เป็นมันสมองของกลุ่ม

เชด – สาวห้าวอดีตทหารอากาศ ที่โดนโยกย้ายมาหน่วยส่งถ่าย ความฝันของเธอคือการได้กลับไปเป็นทหารอากาศและโบยบินบนท้องฟ้าได้สูงกว่าใคร

เนิร์ส – อดีตพยาบาลที่ก็โดนเกณฑ์มาเป็นหน่วยส่งถ่ายเช่นกัน(น่าแปลกที่ไม่เอาไปเข้าหน่วยพยาบาลใช่มั้ย แต่ก็มีเหตุผลอื่นนอกจากความเป็นผู้หญิงวัยรุ่นด้วยล่ะ) แต่ด้วยความเห็นต่างในอะไรหลายๆอย่าง ในภายหลังเธอจึงเลือกที่จะเดินบนเส้นทางที่ต่างจากคนอื่น

Untitled-1

สิบเอกอัลเมียร์ – สิบเอกหัวหน้าครูฝึกทหาร และผู้ดูแลทหารปลูกถ่ายรุ่นล่าสุดในชื่อ”หน่วยอัลเมียร์” เธอเป็นหน่วยทหารปลูกถ่ายในรุ่นแรกๆ อาจจะเป็นคนดุดัน น่ากลัว แต่หน่วยของเธอก็ได้ชื่อว่าดูแลทหารได้มีมนุษยธรรมที่สุดแล้ว

เมื่อมาน่าเข้ามาเป็นทหาร สิบเอกก็เข้าสู่ cycle ที่5 แล้ว เรียกได้ว่าเธอและกลุ่มเพื่อนของเธอคือกลุ่มทหารปลูกถ่ายที่แข็งแกร่งและมากประสบการณ์ที่สุดแล้ว ถ้านับจากจำนวน cycle หรือเหตุการณ์”ยุคมืดของหน่วยส่งถ่าย”ที่เคยประสบมา
Untitled-6

หน่วยสำรวจ (ชีฟ มีมี่ / สิบตรีมาอุน) – เป็นทหารส่งถ่ายที่ความสามารถเหนือกว่าการส่งถ่ายตามพอยต์ทั่วไป จึงได้รับบทบาทเป็นหน่วยสำรวจพิกัดว่างเปล่าที่คอยเดินทางไปตามพอยต์ต่างๆ รวมไปทั้งจัดการกับ “เจ้าถิ่น” ด้วย

 

Capture11

ดร.ริน – ผู้ดูแลทหารปลูกถ่ายอีกกลุ่มหนึ่งในชื่อ “หน่วยริน” แนวทางและอุดมการณ์ในการปฏิบัติงานของหน่วยรินกับหน่วยอัลเมียร์ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ค่อยได้ยุ่มย่ามกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนที่สนใจแนวคิดของหน่วยริน รวมถึงหน่วยรินเองก็สนใจและต้องการความสามารถของมาร์น่าด้วย

Untitled-3

พันโทเชาร่า – อดีตทหารส่งถ่ายรุ่นแรก รุ่นเดียวกับอัลเมียร์ และเคยร่วม”ยุคมืดของหน่วยส่งถ่าย” ปัจจุบันเลิกปลูกถ่ายตัวอ่อนแล้วมาสนับสนุนทางการทหารแทน(สนับสนุนหน่วยส่งถ่ายเป็นหลัก) แต่ถึงแม้จะเลิกไปแล้ว ดูเหมือนว่าชะตากรรมของผู้เคยปลูกถ่ายจะยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น

Untitled-4

ผมแดง – เนวิเกเตอร์ ลึกลับที่จะโผล่มาก็ต่อเมื่อเชื่อมต่อกับพิกัดแห่งความว่างเปล่า นิสัยออกกวนๆและคอยถามหาแต่แม่ของตัวเอง


จุดที่น่าสนใจของเรื่อง 

*จากนี้มีสปอยล์เบาๆนะจ๊ะ

MR-360414-788753-26
ข้างหลังม่านมีตัวอ่อนนีบัสที่รอการปลูกถ่ายอยู่ แต่หน้าตามันจะเป็นยังไงละเนี่ย จะเป็นปีศาจน่ากลัวแบบในโฆษณาชวนเชื่อมั้ย หรือเลยเถิดแบบภาพโป๊เทนทาเคิล???

หลังจากที่พยายามเข้าใจเนื้อเรื่องด้วยการอ่านเล่มท้ายๆ 3-4 รอบ(ฮา) เราพบว่า เรื่องนี้วางพล็อตในส่วนของ “ตัวอ่อนนีบัส” และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไว้ได้ดีมาก รายละเอียดถึงจะย่อยยากสักหน่อยแต่ถือว่าเขียนมาได้ดีและทำให้เราเชื่อได้ว่า เออ ตัวอ่อนมันทำแบบนี้ได้ การวาร์ปมันต้องเป็นไปตามนี้ มันต้องเป็นแบบนี้จริงๆ

แต่ส่วนที่ละเอียดอ่อนก็มี เพราะแน่นอนว่าลึกๆแล้วผู้หญิงต้องมีความเป็นแม่ในตัว ปกติอาจจะไม่รู้ตัวหรอก จนกระทั่งเริ่มมีอะไรบางอย่างถือกำเนิดและเติบโตขึ้นในครรภ์นี่แหละ ถึงแม้ว่าจะถูกสั่งสอนมาว่าไอ้ที่ถูกฉีดเข้าไปในมดลูกนี่จะทรีตแบบลูกตัวเองไม่ได้นะ แต่มันก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างแหละน่า เพราะถึงจะไม่ใช่มนุษย์ แต่ก็เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ได้เป็นก้อนอิฐก้อนปูนถ่วงในท้องเฉยๆสักหน่อย

ดังนั้นตั้งแต่เล่มแรกจนจบเราจะได้เห็นออก้าและเพื่อนทหารใหม่ตั้งแต่ฝึกทหาร ยันเริ่มฝังตัวอ่อน อุปกรณ์มีชีวิตที่สำคัญในการวาร์ป และนาโนแมชชีนเพื่อใช้ในการแจมมิ่งสัญญาณระหว่างการวาร์ป (ควบคุมสมองของทหารส่งถ่ายไม่ให้จินตนาการเลยเถิดระหว่างส่งถ่าย) ช่วงที่ได้เป็นทหาร รับมือกับอาการทั่วไปของคนท้อง ซึ่งก็ต้องบอกตัวเองว่าข้างในไม่ใช่ลูกตัวเองตลอด  และช่วงที่เริ่มภารกิจส่งถ่ายอย่างจริงจัง

Capture9
หนึ่งในฉากที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนในต้นเรื่อง คนมันจะไม่หวั่นไหวได้ยังไง ก็เล่นเอาสัตว์ประหลาดมาไว้ในท้องนี่นา

สำหรับในส่วนของเทคโนโลยี เรื่องนี้วางไว้ได้ดีจริงๆ แต่ถ้าจะให้เราอธิบายคงจะหลุดสปอยล์แน่ๆ(ฮา)

แน่นอนว่าเนื้อเรื่องที่แท้จริงเริ่มขึ้นเมื่อพวกออก้าได้เริ่มออกเดินทางบนพิกัดแห่งความว่างเปล่าเป็นครั้งแรก ตั้งแต่นั้นร่างกายรวมไปถึงจิตใจของพวกเธอก็ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละน้อย โดยเฉพาะเมื่อพวกเธอรู้จักกับ เนวิเกเตอร์

เนวิเกเตอร์คือสิ่งลึกลับที่ปรากฎบนพิกัดว่างเปล่าเพื่อชี้ทางไปยังพอยต์จุดต่างๆ หรือชี้ทางเพื่อทำอย่างอื่นก็ได้(เช่นในเคสของนางเอก เนวิเกเตอร์สามารถระบุได้ว่าควรสร้างพอยต์ตรงไหน) ที่น่ากลัวคือ มันไม่ใช่มนุษย์ แต่รูปร่างที่เหล่าทหารเห็นมันจะไปตรงกับ”สิ่งที่พวกเขาแคร์ที่สุด” (ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นรูปร่างมนุษย์ และเป็นคนที่รักซะด้วย) ตัวอย่างเช่น ผมแดง สิ่งลึกลับในคราบเด็กชายผมแดงที่มันก็ทำตัวได้เป็นเด็กมนุษย์ดีเหลือเกิน ออก้าเกือบจะหลงตามไปไกล สุดท้ายสิบเอกอัลเมียร์ต้องตามมาตบเรียกสติ แต่จะให้รุนแรงกับเนวิเกเตอร์ก็ทำไม่ลง เพราะความรู้สึกที่เห็น ไอ้ที่อยู่ตรงหน้ามันก็เด็กน้อยคนนึงเองนี่นา (แต่จริงๆแล้วผมแดงน่ารักมากนะ เนวิเกเตอร์อื่นก็เช่นกัน อิอิ)

แค่หลงทางอยู่ในจินตนาการที่ตัวเองสร้างขึ้นบนพิกัดว่างเปล่าไม่พอ ยังต้องควบคุมสติไม่ให้หลงเนวิเกเตอร์ตัวเอง ทั้งทีอีกใจก็อยากให้คนที่รักในร่างเนวิเกเตอร์กลายเป็นตัวจริง พอเสร็จภารกิจก็กลับมาคิดมากอีกว่าไอ้ที่เราควรปกป้องเนี่ยคือสิ่งที่อยู่ในท้องหรืออะไรกันแน่ เป็นทหารก็หนักอยู่แล้ว ท้องก็โย้ แพ้ท้องก็แพ้ ร่างกายก็บอบช้ำ โอ้ย เป็นทหารหน่วยนี้มันแบกภาระหนักจริงๆ หนักมากจนสุดท้ายก็เคยมีคนที่หลงระเริงไปกับความรู้สึกและสุดท้ายก็ต้องถูกปลิดชีพในหน้าที่

Capture10
จุดเล็กๆน้อยๆที่เราชอบ ถ้าท้องชนกัน ก็เลี่ยงมากอดทักทายแบบนี้แทนสิ!

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ออก้าและเด็กๆในรุ่นเดียวกันหลงระเริงจนเลยเถิด เหล่าทหารผู้ดูแลอย่างอัลเมียร์และหน่วยที่เกี่ยวข้องจึงต้องพยายามควบคุมด้วยการฝึกหนักให้พวกเธอเคยชินกับพิกัดความว่างเปล่า(หรือหลายๆทีก็ตบเรียกสติแบบที่เล่าเมื่อกี๊) จนกระทั่งเมื่อปฏิบัติงานจริง ความสามารถพิเศษของแต่ละคนก็เริ่มเผยออกมา เช่น ออก้าที่สามารถท่องได้อย่างอิสระบนพอยต์ สร้างใหม่เองก็ได้ กระโดดไปไหนก็ได้ แคสที่สามารถบินขึ้นไปบนท้องฟ้าของพิกัดว่างเปล่าและเห็นแผนที่ของทั้งสองโลกได้อย่างชัดเจน เคที่แม้ว่าระหว่างวาร์ปมิติจะบิดเบี้ยวแค่ไหนแต่สายตาของเธอจะมองทะลุปรุโปร่ง เห็นเพื่อนสมาชิก เห็นกระบวนการวาร์ปอย่างชัดเจน (เป็นประโยชน์ในการป้องกันความผิดพลาดในการวาร์ป ซึ่งมันน่ากลัวมาก)

แต่แค่การควบคุมและสู้กับจิตใจตัวเองก็ยังไม่ใช่จุดพีคของเนื้อเรื่องอยู่ดี เพราะจากนี้เหล่าทหารหญิงที่เริ่มเผยความสามารถของตนจะต้องเผชิญกับศัตรู ทั้งที่เป็นพวกเซคันด์ และเจ้าถิ่นในพิกัดว่างเปล่า อำนาจของทหารชั้นผู้ใหญ่ และอดีตยุคมืดของหน่วยส่งถ่ายที่สมัยนั้นยังเป็น”ระเบิดมนุษย์” รวมไปถึงเบื้องหลังการปลูกถ่ายที่พีคในพีคจริงๆ ตอนอ่านเผลอหลุดคำหยาบไปเยอะอยู่(ฮา)

*พ้นสปอยล์แล้วจ้ะ


งานภาพ

1
เท่ฉิบ ทำไมเท่ขนาดนี้วะ 5555

เราชอบดีไซน์หุ่นกับเมือง เท่ดี ลายเส้นเรื่องนี้ก็เท่ เท่มาก ใครที่เอียนลายเส้นโมเอะๆแบบญี่ปุ่นแต่ก็ไม่สันทัดกับลายเส้นแบบคอมิคฝรั่งก็ลองเรื่องนี้ได้ เป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวอยู่ ถึงจะดูหล่อไปหมดทั้งชายและหญิงก็ตาม 5555


สรุป

จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่ความแปลกของเนื้อเรื่องตามที่เล่าไปข้างต้นนี่แหละ การนำเรื่องคนท้องมาเล่นเราว่ามันค่อนข้างละเอียดอ่อนมากเลยทีเดียว แต่เรื่องนี้ก็เกลาเนื้อเรื่องมาได้ดี เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เอาผู้หญิงมาท้องเอเลี่ยนแล้ววันๆก็ส่งคนไปรบแน่นอน

ส่วนที่เหลือก็แนวทหารทั่วไปเลย เรื่องดราม่าครอบครัว ลูกน้องกับนาย เจ้านายที่มีปม ทหารชั้นสูงใช้งานผู้น้อย เจ้านายปกป้องลูกน้อง หมอทหารและจริยธรรมแพทย์ ไส้ศึก ฯลฯ แต่เพราะความที่มันมีประเด็นเรื่องการควบคุมความรู้สึกของตัวทหารหญิงที่มีต่อไอ้ตัวอ่อนในท้องตัวเอง ทำให้เรื่องนี้มีความแปลกใหม่และก็สนุกในตัวมันเอง

อย่างไรก็ตาม ตอนจบดูเหมือนจะเริ่มขมวดปมหรือมีบางส่วนที่เราเองยังงงๆอยู่หน่อย ส่วนตัวเลยให้ 3/5 แต่ถามว่าควรอ่านมั้ย …ก็ถ้ามีโอกาสอยากให้ลองได้อ่านกันนะคะ ถ้าไม่ชอบการขมวดปมตอนจบ อย่างน้อยไอเดียในเรื่องหลายๆส่วนก็เจ๋งมากเลย (โดยเฉพาะหลังเล่ม3เป็นต้นไปที่เราว่าเดือดมาก ไม่เครียดแล้วว่าในท้องจะมีอะไร เอาชีวิตให้รอดกันก็พอนะ T T)

แต่ก็ต้องแอบๆแง้มบอกไว้ก่อนว่า ไม่ได้จบแฮปปี้ 100% แน่นอนค่ะ เพราะในเรื่องก็สงครามน่ะนะ…


 

และการรีวิวก็จบเพียงเท่านี้

อยากจะเขียนให้มากกว่านี้ เพราะจุดที่พีคมีเยอะมาก แต่ถ้าเล่ามันจะสปอยล์จริงๆค่ะ เขียนวนได้แต่เรื่องท้องๆไส้ๆแง T T

ถ้าสนใจก็ไปหาอ่านกันได้นะคะ บอกก่อนนะว่าแสกนแปลอังกฤษลงไม่จบนะ เช่าหรือซื้อแท้เถอะ อิอิ

โพสรีวิวอันต่อไปไม่แน่ใจว่าจะเป็น utaware2 หรือของซีรี่ส์ของป้าแคลมป์ก่อนดีค่ะ เพราะช่วงนี้ติ่งงานป้ามาก ได้งานป้าช่วยไว้เยอะค่ะ 555

สำหรับการรีวิวครั้งนี้ถ้ามีเนื้อหาตรงไหนผิดไปรบกวนแจ้งหน่อยน้า เดี๋ยวจะรีบแก้ให้

ขอบคุณที่อ่านจนจบกัน และขอให้สนุกกับเรื่องนี้นะคะ!

009 | Review – Utawarerumono

วันนี้จะขอมารีวิวอนิเมะญี่ปุ่นเรื่อง Utawarerumono หรือบางทีก็เห็นชื่อไทยเรียก “กองทัพสนมถล่มปฐพี”

ซึ่งความจริงคนถล่มปฐพีไม่ใช่สนมเลย ก็กองทหารที่แหละ แต่พอดีพระเอกเราเป็นจักรพรรดิ และมีสาวๆในสังกัดที่มีบทบาท(และที่คนนอกมองเป็นสนมแต่ความจริงพวกเธอไม่ใช่ภรรยา)หลายคนก็เท่านั้นเอง

เรื่องนี้ค่อนข้างเก่าแล้ว แต่เพิ่งได้มีโอกาสดู และพอดูจบก็พีคมากจนต้องมาเขียนแนะนำเลยทีเดียวค่ะ

14705_n20061023_03_utawareradio

Utawarerumono  (うたわれるもの , The One Being Sung) , Spring 2006

Action, Sci-Fi, Drama, Fantasy 


ครั้งแรกที่เราเห็นตัวละครในเรื่องนี้ที่มีหูหาง มันเป็นภาพใสๆ ตัวละครกำลังยิ้มร่าในฉากหลังสงบสุข เราจึงไปนึกถึงเรื่อง Dog Days ซึ่งฉายใกล้ๆกัน แต่เนื้อเรื่อง(เท่าที่เรานั่งดูจากเพื่อน)จะออกแนวมุ้งมิ้งใสๆ เป็นแนวที่เราเฉยๆ ช่วงที่ฉายใหม่ๆจึงไม่ได้หาเรื่องนี้ดู แต่ก็ได้ไปอ่านรีวิวของคุณ Cammy ซึ่งก็นานจนลืมไปแล้วและไม่ได้สนใจ (โพสนี้ก็จะมารีวิวแบบเดียวกันแหละ ขอเป็นอีกเสียงที่แนะนำให้ไปดู)(ฮา)

ตอนนั้นคิดแต่ว่า พระเอกใส่หน้ากาก และรายล้อมด้วยสาวๆ เนื้อเรื่องคงไร้สาระแหงๆ(ฮา) ตอนประกาศอนิเมภาค 2 เห็นโปสเตอร์ก็คิดต่อว่า สงสัยภาคแรกถอดหน้ากากได้แล้วมาใช้ชีวิตผาสุกต่อ (ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลยยยยย เดี๋ยวจะกล่าวถึงในส่วนต่อไปค่ะ)

และพอเห็นเกมภาค 2 เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษวางขาย มีคนให้คอมเมนต์ว่า “ให้พวกชาวต่างชาติได้รับรู้ความสุดยอดของเนื้อเรื่องบ้าง”  เราถึงเริ่มอยากรู้ว่า อะไรมันจะสุดยอดปานนั้น!

คำเตือน : ยาวมากกกกกกก จากนี้เนื้อหาจะค่อนข้างสปอยล์นะคะ แต่จะพยายามเตือนตัวแดงๆไว้นะ


ที่มาของเรื่อง

Utawarerumono ต้นฉบับภาคแรกเป็นเกมPC ตั้งแต่ปี 2002 แนวเกม SRPG ผสม visual novel เนื้อหามี 18+ (เกมโป๊นั่นแหละคุณ) ดังนั้นลิสต์รายชื่อตัวละครจะมีผู้หญิงซะเยอะ และถ้าดูดีๆในอนิเมจะรู้เลยว่า ฉากไหนที่ในเกมมี”ต่อ”แน่นอน แต่เอาจริงๆนะ พล็อตมันดีจนฉากโป๊ไม่จำเป็นเลย แต่สำหรับเรื่องนี้ดูจะจำเป็น เพราะมันมีภาคต่อเนี่ยสิ…

Utawarerumono ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้คือเวอร์ชั่นอนิเมะความยาว26ตอน ซึ่งนำเนื้อเรื่องเกมภาคแรกมาทำ และค่อนข้างตัดทอนรายละเอียดไป แต่ที่เอามาทำนี่สำหรับเราก็ถือว่าครบเครื่องแล้วล่ะ เพราะเราไม่รู้เนื้อเรื่องเกม (ถ้าไม่ตัดน่าจะประมาณ30+ตอนได้มั้ง) นอกจากนี้ตัวเกมยังมีต่ออีก 2 ภาค คือ

Utawarerumono – itsuwari no kamen (เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเพิ่งวางขาย ส่วนเวอร์ชั่นอนิเมฉายช่วง Fall 2015 ซึ่งจะกล่าวถึงในโพสต่อไป อิอิ) และ

Utawarerumono – futari no hakuoro (เพิ่งขายเวอร์ชั่นญี่ปุ่นเมื่อ 2016 ที่ผ่านมา)

สนใจไปหาเล่นกันได้นะ!


เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องเปิดด้วยบรรยากาศแบบยุคโบราณ ผู้ชายคนนึงได้รับความช่วยเหลือจาก เอรูรุ สาวชาวบ้านที่อาศัยอยู่กับ อารูรุ น้องสาว และ ทซึคุรุ คุณยาย เขาบาดเจ็บหนักและจำเรื่องราวของตัวเองก่อนหน้าไม่ได้ และมีสิ่งนึงที่เขาประหลาดใจคือ นอกเหนือจากเขาแล้ว ทุกคนมีหู หาง เหมือนกับสัตว์ชนิดต่างๆ ส่วนเขาไม่ได้มีหู แต่มีหน้ากากที่ติดแน่นจนแกะไม่ออกแทน คุณยายได้ตั้งชื่อให้เขาว่า “ฮาคุโอโระ”

ระหว่างที่ฮาคุโอโระอาศัยอยู่ที่หมู่บ้าน เขาให้การช่วยเหลือในเรื่องต่างๆจนเป็นที่ไว้วางใจของชาวบ้าน(เพราะมันสมองของเขา) และในขณะเดียวกันนั้น เขาก็ได้รับรู้สภาพในหมู่บ้าน(“ยามามุระ”)และสภาพของประเทศ(“เคนาชิโครูเป”) ที่แท้จริง หมู่บ้านที่เขาอยู่เป็นบ้านห่างไกลที่ชายแดน มีคนหนีทหารมาขออาศัยบ่อยๆ และมีขุนนางหน้าเลือดมาขูดรีดขูดเนื้ออยู่เป็นประจำ ส่วนตัวจักรพรรดิผู้ปกครองประเทศเองก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่าใช้อำนาจกดขี่ชาวบ้าน ทำตามใจให้ตัวเองอยู่สุขสบาย

ชาวบ้านเองก็ใช่ว่าจะพอใจ แต่ทำไงได้ ก็พวกเขาเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นจุดพลิกผันครั้งแรกของเรื่องเลย ทำให้ฮาคุโอโระและชาวบ้านตัดสินใจที่จะเริ่มก่อกบฎ เขาออกนำขบวนกบฎชาวบ้านสู่สนามรบ ไล่โค่นล้มตั้งแต่ขุนนางไปจนท้ายที่สุดก็จัดการกับจักรพรรดิได้สำเร็จ เขาได้รับการยกย่องจากทุกคนให้เป็นจักรพรรดิคนต่อไป มีคนที่จะมาจงรักภักดีช่วยงานของเขา และเขาก็ได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “ทซึคุรุ” เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณยายผู้มอบชื่อให้

นี่เป็นแค่พล็อตคร่าวๆในส่วนแรกของเนื้อเรื่องนะคะ จากนี้จักรพรรดิฮาคุโอโระจะต้องรับมืออะไรอีกมากมายเลยล่ะ


ตัวละคร (หลักๆ)

ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้ตัวละครเยอะมากกกก เพราะเป็นแนวสงครามนี่แหละ ฝั่งพระเอกก็เกือบ 10 คนได้แล้ว

hakuoro-utawarerumono-3-24

ฮาคุโอโระ – พระเอกของเราที่จนจบเราแม้เราไม่ได้เห็นหน้า แต่เสียงหล่อเหลือเกิน (คุณ Koyama Rikiya เจ้าเดียวกับ คิริซึงุ Fate/Zero) อายุน่าจะประมาณวัยกลางคน ผู้ตื่นมาพร้อมกับความทรงจำว่างเปล่า แต่ฉลาดเป็นกรด มีความสามารถทั้งในเรื่องการบริหาร การวางแผน วิทยาการต่างๆ ฝีมือการต่อสู้ก็ไม่เลว ใช้พัดเหล็กเป็นอาวุธ โคตรเท่เลย (เวอร์ชั่นอนิเม)ดูจะไม่ค่อยรู้ทันเรื่องผู้หญิงสักเท่าไหร่ เขาคือผู้นำกองกำลังกบฎและได้ขึ้นเป็นจักรวรรดิของประเทศ

อดีตของฮาคุโอโระคือส่วนสำคัญของเนื้อเรื่องเลยล่ะ

eruru_anime

เอรูรุ – สาวน้อยผู้พาฮาคุโอโระมาที่หมู่บ้าน อายุน่าจะประมาณ16-17 หูกับหางเป็นของหมาป่า เธอกำลังเรียนศาสตร์การเป็นเภสัชกรจากคุณยายของเธอ รักและเป็นห่วงน้องสาวของตนเองมาก ต่อมาทั้งเธอและน้องสาวได้ติดตามฮาคุโอโระไปในฐานะคนใกล้ชิดในครอบครัวและกลายเป็นเภสัชกรประจำพระราชวัง

aruru-9842

อารูรุ – น้องสาวของเอรูรุ ในภาคนี้เธอยังเป็นเด็กน้อย หูกับหางเป็นของหมาป่า เป็นเด็กที่ได้รับสมญา “พระแม่แห่งป่า” เนื่องจากสามารถสื่อสารกับสัตว์ได้ เธอเลี้ยงเสือขาวตัวใหญ่ชื่อ มุคุรุ ไว้ โดยที่เวลาไปไหนมาไหนเจ้าเสือขาวก็จะเป็นพาหนะให้เสมอ มองฮาคุโอโระเป็นพ่อ

tusukuru_4494

ทซึคุรุ – คุณยายของเอรูรุและอารูรุ หูกับหางเป็นของหมาป่า เป็นเภสัชกรที่มีทั้งความสามารถและชื่อเสียงในหมู่เภสัชกรด้วยกัน เชื่อว่าในอดีตอาจจะเคยมีบทบาทสำคัญในระดับประเทศ

oboro-utawarerumono-30-8

โอโบโระ – อดีตลูกขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่ตัดสินใจเข้าร่วมกับกองกำลังกบฎ เรียกฮาคุโอโระว่า “พี่”และคอยติดตามช่วยเหลือ(โดยเฉพาะเรื่องสงคราม) เมื่อประเทศถูกปกครองโดยฮาคุโอโระ เขาก็ยังคงอยู่เป็นผู้ช่วยของฮาคุโอโระ เชี่ยวชาญเรื่องการสังหารระยะประชิดและรวดเร็ว มีน้องสาวที่ป่วยหนักอยู่คนหนึ่ง และมีข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ 2 คน

yuzuha-utawarerumono-60

ยูซุฮะ – น้องสาวของโอโบโระ หูกับหางเป็นของแมว ป่วยเป็นโรคหัวใจ และตาบอดทั้งสองข้าง (อยู่ในการดูแลของทซึคุรุ และเอรูรุในภายหลัง) ลุกเดินไปไหนไม่ค่อยได้ แต่ก็เป็นคนชอบเรียนรู้ มักจะถามไถ่ถึงโลกภายนอกบ่อยๆ ด้วยความที่ตาไม่เห็น เธอจึงมีสัมผัสอื่นๆพิเศษกว่า สามารถรับรู้ตัวตนที่ตาคนปกติไม่สามารถรับรู้ได้

5a046ec69f2d1d3c58c280a10bd51e221239685509_full

โดรี และ กุร่า – 2 ฝาแฝดข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของโอโบโระ ยิงธนูแม่นมากจนต่อมาได้เป็นหัวหน้าหน่วยธนูของประเทศ ในอนิเมทำให้ทั้งสองดูไม่ออกว่าเป็นเพศอะไร(น่าจะหญิง) แต่ต้นฉบับในเกมให้เป็นเด็กผู้ชาย ทั้งคู่หน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออก กระทั่งใช้เสียงพากย์เดียวกัน(ฮา) นับถือฮาคุโอโระเป็นพี่ใหญ่เช่นเดียวกับนายท่านของพวกเขา

benaui

เบนาวี – หัวหน้าทหารที่เดิมเคยรับใช้จักรพรรดิองค์ก่อน ซึ่งจริงๆแล้วเขาก็ไม่ค่อยพอใจนัก เมื่อกลุ่มปฏิวัติมาถึงพระราชวัง เขาตัดสินใจปลิดชีพจักรพรรดิองค์ก่อนด้วยตนเอง (อาจจะเพื่อที่จะไม่ให้ฮาคุโอโระมีประวัติไม่ดี) และซาบซึ้งในบุญคุณของฮาคุโอโระ จากนั้นก็ทำหน้าที่หัวหน้าทหารใต้บัญชาของฮาคุโอโระ เป็นทั้งนายทหารผู้ซื่อสัตย์ และเลขาประจำตัว มีความสามารถและเก่งกาจเมื่ออยู่บนสนามรบ

kuro_4853

คุโร่ – ทหารผู้แข็งแกร่งที่ตามรับใช้เบนาวี และคอยรับตำแหน่งกองหน้าประจันข้าศึก ถ้าเปรียบทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน คุโร่จะให้อารมณ์เหมือนคุณน้าผู้แข็งแกร่งที่คอยแบ็คอัพญาติพี่น้องและเอ็นดูหลานๆ(ฮา)

urutori-utawarerumono-6-19

อุรุโทรี่ – เจ้าหญิงจากประเทศชื่อ “องคามิยามุไค” ซึ่งเป็นประเทศที่ประชากรไม่มีหูหาง แต่จะมีปีกสีขาวที่หลัง และมีความสามารถด้านเวทมนต์ เดิมมาเพื่อตรวจสอบความเป็นไปหลังประเทศทซึคุรุเกิดใหม่ แต่ต่อมารับหน้าที่เป็นทูตเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศของทซึคุรุแทน เป็นคนที่มีไหวพริบและบางครั้งก็เป็นที่ปรึกษาราชการของฮาคุโอโระ

kamyu-utawarerumono-8-95

คามิว – เจ้าหญิงคนรองจากองคามิยามุไค ผู้เป็นน้องสาวของอุรุโทรี่ เธอเป็นคนเดียวที่มีปีกสีดำ เป็นเพื่อนสนิทของอารูรุ และยูซุฮะ ค่อนข้างมีบทสำคัญในภายหลัง

karula-utawarerumono-5-62

คารุร่า – สาวใหญ่อดีตทาสจากประเทศห่างไกล ได้หนีมาที่ทซึคุรุ และฮาคุโอโระได้ช่วยไว้ จึงตัดสินใจอยู่คอยรับใช้ หูกับหางของเธอเป็นของเสือดาว ซึ่งคนเผ่านี้จะพิเศษกว่าเพื่อนหน่อยตรงที่มีกำลังวังชามากกว่า สามารถแบกดาบเล่มใหญ่โตฟาดไปมาได้ เป็นหน่วยโจมตีหนักเช่นเดียวกับคุโระ แต่ไม่ค่อยออกสนามรบถ้าไม่จำเป็น ถ้าว่างจะหาสาเกมาดื่มให้หนำใจ และไม่ยักจะเมาซักที คารุร่าเปรียบเหมือนเจ๊ใหญ่ที่อ่านขาดทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกของเอรูรุ เธอมักจะอยู่กับอุรุโทรี่ และต่างฝ่ายต่างแคร์กันในฐานะเพื่อน

touka

โทวกะ – หญิงสาวผู้มีปีกนกฮูกที่หู เดิมรับใช้หัวหน้านายทหารประเทศอื่นที่เข้ามารุกราน แต่เมื่อค้นพบว่าหัวหน้าของตนถูกหลอกใช้จึงแปรพักตร์มาอยู่ข้างฮาคุโอโระ และทำหน้าที่เป็นองครักษ์ประจำตัว เป็นนักดาบที่เก่งและรวดเร็วมากขนาด slowmotion ยังไม่ทัน(อันนี้จริงจัง 555) แต่นิสัยออกจะป้ำๆเป๋อๆ เหมือนเด็ก แต่เป็นคนจริงใจ สนิทกับคารุร่าพอสมควร

tropes_kuya_1262

คูยะ – เจ้าหญิงจากประเทศ “คุนเนคามุน” ผู้นับถือเทพต่างองค์กับประเทศทซึคุรุและประเทศอื่น หูกับหางเป็นของกระต่าย จริงๆแล้วคูยะเป็นผู้นำจิตใจดี และมักจะแอบเดินทางมาขอคำปรึกษาจากฮาคุโอโระอย่างลับๆอยู่บ่อยครั้ง แต่ด้วยเหตุการณ์หลายอย่าง ทำให้เธอต้องตัดสินใจเป็นศัตรูและออกโจมตียึดครองประเทศรอบด้าน รวมไปถึงประเทศของฮาคุโอโระด้วย

นี่พยายามแนะนำตัวละครที่อยู่ฝั่งพระเอกแล้วนะคะ สังเกตว่าจะมีแต่ผู้หญิง จริงๆตัวละครชายก็เยอะแต่จะเป็นตัวละครรองกับฝั่งตัวร้าย(?)มากกว่า แต่ที่น่าสนใจคือ เรื่องนี้ได้วางสเกลเรื่องไว้ใหญ่มาก จะเห็นได้จากการมีตัวละครที่มาจากหลายประเทศ แถมมีเรื่องการนับถือเทพต่างองค์ด้วย


ทำไมเราถึงชอบเรื่องนี้ 

uwm14-01

อย่างแรกที่เราชอบเลยคงหนีไม่พ้นเรื่องการ “สร้างโลกของมนุษย์หูหาง” ที่มีความเป็นโลก มีหมู่บ้าน มีประเทศ มีชนเผ่า มีศาสนา(เทพที่นับถือ) และมีความขัดแย้ง มีสงคราม ซึ่งไม่ต่างจากมนุษย์อย่างเราๆเลย (จะต่างก็ไอ้ตรงชื่อภาษาชื่อเผ่าที่จำยากเหลือเกินนี่ล่ะ)

เพื่อความเข้าใจ สำหรับโลกของ Utawaremono เป็นโลกที่ใช้ setting ในยุคโบราณ ยังไม่มีไฟฟ้า หรือเทคโนโลยีแบบปัจจุบัน แต่มีเวทมนต์ และอะไรบางอย่างที่ต่างจากโลกมนุษย์ เช่น หินเรืองแสงที่ใช้แทนหลอดไฟ หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดย”มนุษย์”ในเรื่องคือคนที่มีหูหาง หรือปีก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโลกใบนี้

ประเทศที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องคือประเทศทซึคุรุ (เดิมชื่อ เคนาชิโครุเป) ปกครองโดยฮาคุโอโระ พระเอกของเรา ซึ่งระบบประเทศจะมีศูนย์กลางอำนาจที่จักรพรรดิ ประชากรมีหลากหลายเผ่า(หูหางต่างกัน) ตัวเมืองประกอบด้วยเมืองหลวง และเมืองย่อยๆกระจายตามเขตแดน มีภูเขาเป็นกำแพงธรรมชาติ มีการตั้งด่านกั้นระหว่างประเทศ และมีด่านปราการป้องกันในประเทศตามลำดับ เมืองยามามุระที่เป็นบ้านเกิดของเอรูรุเป็นเมืองเล็กๆที่ชายแดนประเทศ

ซึ่งตัวประเทศทซึคุรุเองก็จะมีประเทศอื่นๆรายล้อม ส่วนใหญ่มักจะเข้ามาก่อสงครามเพื่อขยายขนาดประเทศ น้อยครั้งที่ฝั่งทซึคุรุเองจะไปก่อก่อน และส่วนใหญ่ใครมาก็ต้องพ่ายเสียประเทศให้ทซึคุรุตลอดล่ะน่า…

สำหรับเรื่องเทพที่มนุษย์หูหางนับถือ จะมี 2 องค์ได้แก่

เทพ “วิตซึอารุเนมิเทีย” (ชื่อเล่น เทพขาว) ซึ่งประเทศทซึคุรุและประเทศใกล้เคียงนับถือ โดยมีประชากรของประเทศ “องคามิยามุไค” ซึ่งเป็นชนเผ่าเดียวที่มีปีก และใช้เวทมนต์ได้ ทำหน้าที่เป็นนักบวชผู้อุทิศตนให้เทพองค์นี้ ดังนั้นคนเผ่าอื่นจะให้ความเคารพเผ่านี้เป็นพิเศษ โดยเผ่านี้จะไม่สามารถสร้างสงครามและจะไม่ถูกรุนรานจากประเทศผู้นับถือ (หรือถ้าประเทศต่างศาสนาจะมารุกราน ประเทศผู้นับถือก็จะมาปกป้องทันที)

เทพ “องวิไตคายัน” (ชื่อเล่น เทพดำ) เป็นเทพที่ประเทศคุนเนคามุนนับถือว่าเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด

เหตุที่เรากล่าวถึงเทพ เพราะเทพนี่แหละคือประเด็นหลักของเรื่องนี้เลย

uwm12-01
แม้แต่เด็กน้อย ก็ช่วยเหลือในสงครามได้!

 

อย่างที่สองที่เราชอบ เพราะเรื่องนี้มันเป็นแนวสงครามยังไงล่ะ!

คุณดูสิ มนุษย์หูหาง สาวรุ่น สาวใหญ่ เวทมนต์ ทหารหนุ่มหล่อ พระเอกลืมอดีต ฉากหลังไม่ทันสมัย วัตถุดิบมีความเป็นแนว”ข้ามมาต่างโลก”มากเลยนะ! แต่บอกเลยว่าไม่มีการข้ามมาต่างโลก (ข้ามอย่างอื่นมาแทน)(ฮา)

สงครามก็ไม่ใช่สงครามใสๆ ฆ่าเป็นฆ่า เลือดเป็นเลือด ศพนอนเกลื่อน มีภาพรุนแรงแต่น้อยมากนับครั้งได้ เอาแบบที่เราว่าสุดๆ ของเรื่องคือศัตรูโดนพันขาดสะพายแล่งเลือดกระฉูด เลือดนองพื้นเยอะๆ และเศษเนื้อนิดหน่อยจากระเบิด

ฮาคุโอโระในฐานะผู้นำกบฎก็ไม่ได้มีความโลกสวยแต่อย่างใด ทุกครั้งที่มีการลุกฮือต่อต้าน จะต้องมีการฆ่าฟัน และเขาเองก็คือคนนำชาวบ้านไปฆ่าฟันทหารชาติเดียวกัน เขารู้ตัวดีว่ามีการฆ่าฟันเกิดขึ้น

เมื่อได้เป็นจักรพรรดิ ก็ใช่ว่าเวลาข้าศึกโจมตีจะนำทหารปลุกใจออกสู้จนตัวตายแบบไม่คิด ทุกครั้งที่มีสงครามเขาก็มีการวางแผน หลอกล่อ มีการคำนึงถึงกองกำลังและทรัพยากร สร้างเครื่องทุ่นแรง ทำอย่างไรก็ได้ที่จะช่วยชาวบ้านและทหารไว้ให้ได้มากที่สุด เรียกว่าเป็นผู้นำประเทศที่สุดยอด ชาวบ้านต่างนับถือตัวเขาอย่างมาก

****จากนี้มีสปอยล์เนื้อหาบางส่วน สามารถข้ามไปอ่านสรุปตอนท้ายได้เลยนะ****

 

แต่เรื่องนี้ไม่ได้เสนอแต่ผู้นำดีๆแบบฮาคุโอโระคนเดียว เรายังมีผู้นำจอมเผด็จการ ที่เห็นประชาชนเป็นแค่ตัวหมาก ยังมีผู้นำที่เป็นหุ่นเชิด ถูกหลอกใช้ ทุ่มทำอะไรวิปริต ก่อสงครามเพราะต้องการขยายดินแดน ก่อสงครามเพราะเห็นต่าง ก่อสงครามเพื่อล้างแค้น ก่อกบฎเพื่อทวงคืนสิทธิ ฯลฯ ซึ่งก็จะเดือดร้อนฮาคุโอโระที่ต้องไปช่วยจัดการเสมอ

ตัวอย่างที่เราเห็นใจสุดก็คงจะเป็นหมวดก่อสงครามเพื่อล้างแค้น ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนเกือบท้ายเรื่องที่ก็เป็นจุดพลิกตอนท้ายเช่นกัน เจ้าหญิงคูยะจากคุนเนคามุน ประเทศผู้นับถือเทพดำเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด  เธอเป็นเจ้าหญิงวัยรุ่น คือเป็นวัยรุ่นก็ต้องปกครองประเทศแล้ว เธอก็มีข้ารับใช้คอยช่วยงานนะ แต่ประเด็นคือข้ารับใช้พยายามวางอำนาจเสมอตัวเธอ

เนื่องจากประเทศของเธอโดนโจมตีเพราะเรื่องศาสนา ชาวบ้านตามชายแดนล้มตายไปเยอะ ที่เหลืออยู่ก็หวาดกลัว อยู่กันไม่เป็นสุข ครั้งหนึ่งกองกำลังของเธอสามารถป้องกันเมืองได้ เพราะใช้ “อาวุธลับ” ที่มี และเมื่อแสนยานุภาพของอาวุธลับโด่งดัง เสียงข้ารับใช้ก็เริ่มแตกเป็น 2 ฝ่ายคือ จะพอแค่นี้ หรือจะลุยต่อ

ปรากฎว่าเสียงข้าง”ลุยต่อ” มากกว่าเพราะชาวบ้านตามชายแดนร้องขอความสงบสุข ทั้งๆที่คูยะไม่ได้อยากทำสงครามเลย เธอเกลียดการฆ่าฟัน แต่สุดท้ายก็จำต้องสั่งการรบ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของขุนนาง และเบื้องหลังของแผนทั้งหมดก็มาจากท่านเทพดำนั่นเอง

เมื่อคุนเนคามุนโจมตีทซึคุรุ ฮาคุโอโระจึงต้องเข้ามาข้องแวะเรื่องการเมืองภายในของที่นี่ ก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรม และเสียอำนาจการปกครองให้ทซึคุรุทั้งหมด ยังดีที่ฮาคุโอโระไม่บังคับเปลี่ยนศาสนาน่ะนะ

 

uwm10-01
หนึ่งในฉากที่ละเอียดอ่อนดี เราชอบฉากนี้นะ

 

อย่างที่สาม เพราะบทเท่าเทียม และไม่ได้เครียดตลอดเวลา

ตัวละครออกจะเยอะแยะ แต่เนื้อเรื่องกลับแบ่งได้ลงตัว ทุกคนได้บทตามความเหมาะสมของความสามารถ ที่สำคัญไม่มีการแบ่งชายหญิง เรื่องนี้เท่าเทียมทุกอย่าง กระทั่งเด็กยังดื้อไปอยู่กลางสนามรบได้เลยเอ้า

ถ้ามีสงคราม พวกหน่วยทะลวงฟันอย่าง คุโร่ คารูร่า ก็จะออกไปทำงาน  ถ้าต้องมีการควบคุมกองทัพใหญ่ เบนาวีก็จะออกโรง ถ้าส่วนไหนเป็นหน้าที่ของผู้นำ เช่น ตัดสินกับผู้นำด้วยกัน ลูกน้องอย่างเบนาวีก็จะยอมถอยให้ฮาคุโอโระจัดการแต่โดยดี หรือถ้าเป็นเรื่องการเจรจา อุรุโทรี่ก็จะจัดการให้ เอรูรุก็คอยซัพพอร์ตในเรื่องการพยาบาล ไม่มีการออกไปขัดจังหวะรบแต่อย่างใด (แต่ก็มีดื้อแอบตามฮาคุโอโระไปเพราะเป็นห่วง) พวกเด็กๆพอผู้ใหญ่ออกรบก็ไม่งอแง ยกเว้นอารูรุคนนึง(ฮา)

เรื่องนี้เราจะไม่ค่อยเห็นตัวละครอ่อนแอ เหลาะแหละสักเท่าไหร่ แม้กระทั่งตัวละครที่เป็นเด็กก็ตาม เพราะทุกคนรู้หน้าที่ของตนเองดี

ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ได้เครียดทุกตอนนะะะ ประเทศทซึคุรุก็มีบรรยากาศสงบสุขเหมือนกัน แน่นอนเรื่องรักๆใคร่ๆก็มีด้วย

เนื้อเรื่องมีหลายส่วนที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือบรรยากาศนอกการรบ เช่น แก๊งสามสาว อารูรุ-ยูซุฮะ-คามิว ,แก๊งซดสาเกระบายความเครียด คารูร่า-อุรุโทรี่-โทวกะ ความสัมพันธ์แบบเจ้านายกับลูกน้องของฮาคุโอโระกับเบนาวี ที่นึกแล้วน่าสงสารทั้งคู่ คนนึงวันๆนั่งทำแต่เอกสารไม่ได้เที่ยวเล่น อีกคนก็หัวร้อนบังคับให้อยู่ทำเอกสาร หรือความสัมพันธ์แนวเพื่อนลองฝีมือระหว่าง โอโบโระ-คุโระ-เบนาวี เรียกได้ว่ากลุ่มคนที่อยู่ในวังสนิทกันเหมือนครอบครัวมากๆ

****จากนี้สปอยล์แหลกลานจ้า****

 

uwm13-03
มี”ต่อ”แน่นอน!!!

 

อย่างสุดท้าย เพราะฉากจบยังไงล่ะะะะะ

โถ ตอนแรกเราเดานะว่าฮาคุโอโระมันต้องมาจากต่างโลก ที่ไหนได้ นี่มันโลกล่มสลายหลังจากยุคมนุษย์หูกลมทำลายบรรยากาศจนอยู่ไม่ได้ ต้องหนีไปใต้ดิน วิทยาการล้ำสมัย มีสร้างมนุษย์เทียม GMO มีหูหาง(คนต้นคิดนี่รู้รสนิยมเลยนะ หุหุ) แต่ก็มีเทพตัวจริง เทพที่มันมีเวทมนต์และเสกแบบเทพได้จริงๆ แล้วฮาคุโอโระเราก็คือเทพที่ว่า เพราะอดีตนางเป็นนักโบราณคดีที่บังเอิญขัดหูขัดตาเพื่อน โดนยิงตายแต่เลือดกระเซ็นไปโดนซากฟอสซิลเทพ จนเทพขอเกิดใหม่ในร่างนาง และนางก็เป็นอมตะด้วยเลือดเทพ กลายเป็น iceman ได้มาสร้างครอบครัวกับมิโคโตะสาวหูหางที่นางประทับใจ แต่หลังจากได้อิสระ ได้ขึ้นบนดิน เมียก็โดนฆ่าทิ้ง ลูกโดนจับไป GMO ต่อ พ่อ iceman เราก็เดือดใช้พลังเทพเสกมนุษย์เป็นสไลม์ ส่วนตัวเองออกไปเป็นเทพโดนผนึกให้มนุษย์หูหางนับถือ

โอ้โห สเกลเรื่องมันไปไกลมาก มันไกลเกินไปแล้วววว 55555

ตอนท้ายเทพที่จู่ๆแยกไปเป็นฝ่ายขาวฝ่ายดำก็มาต่อยกัน(นี่ก็ไม่เข้าใจว่ามันแยกกันได้ไง) มีลูกสาวเทพที่ก็เป็นอดีตมนุษย์GMOรุ่นแรกๆ อยู่มาเป็นร้อยปีไม่ตาย เพราะสืบทอดผ่านเด็กสองบุคลิกในครอบครัวชาวมนุษย์ปีก และหวยก็มาลงที่คามิว โอ้โห อะไรมันจะปานนั้น สรุปคือ โอ้โห ผูกเรื่องได้ไง เราคาดไม่ถึง ที่สำคัญให้พระเอกเป็นลาสบอส คิดไม่ถึงจริงๆ

กลับมาที่ทซึคุรุ ต้องบอกก่อนว่าเราทีมเอรูรุนะ เราโอเคกับฉากตอนฮาคุโอโระโดนผนึกมาก ตอนอารูรุร้องไห้น้ำตาเราก็จะมาละ พอเพลง kimi ga tame ขึ้นเท่านั้นแหละน้ำตาเรามาเลย เพลงนี้มันดีมากทั้งทำนองและความหมาย นักพากย์ของทั้งสองคนก็ทำได้ดีมาก บทเขียนได้ดีมาก ลำดับภาพก็ดีมาก ฉากที่เอรูรุเดินเข้าไปใกล้ตัวฮาคุโอโระในห้วงแห่งความว่างเปล่า เสียงก้าวเท้าดังเอี๊ยด จังหวะที่เธอกระโดดเข้าไปหา จังหวะที่ฮาคุโอโระหันมาอ้าแขนรับ แล้วทั้งคู่ก็จูบกัน มันเพอร์เฟกต์มากกกกกกก มันทำให้รู้ว่า เออนี่แหละพรหมลิขิต มันมีจริง เอรูรุคือมิโคโตะกลับชาติมาจริงๆ โชคชะตาได้ให้ทั้งคู่มาเจอกันจริงๆ และความรักที่ทั้งคู่มีให้กันเป็นของจริง

//ปริ่ม ซับน้ำตาแพรพ ต้องดูให้ได้นะฉากนี้สุดยอดจริงๆ

จบเรื่องก็ไม่ได้จบแบบ จบแล้วจบเลย ตัวละครทุกตัวก้าวต่อไปข้างหน้า แต่ก็ไม่มีวันลืมเรื่องของฮาคุโอโระ

สรุปแล้วคือ อิ่มเอม ประทับใจ ตัวเอกมีเหตุผล ตัวร้ายก็มีเหตุผล แบ่งบทเท่าเทียม ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆในเนื้อเรื่องหลัก

…เออแต่ก็แอบมีหน่อยแฮะ


สิ่งที่เราขัดใจนิดหน่อย

คือมันนิดเดียวจริงๆ มันเป็นความไม่พอใจของเราเองแหละ

อย่างแรก ความเวอร์บางส่วน

เรามีความรู้สึกว่าเทพลำเอียง ในขณะที่พ่อเทพขาวของเราปกครองเมือง กลับสอนได้แค่วิทยาการที่ประยุกต์ใช้แล้วดูเข้ากับยุคสมัยนั้น แต่พี่เทพดำเรากลับมอบ “หุ่นยนต์แนวซุปเปอร์โรบอท” ที่ไม่ว่ายังไงประเทศไหนในภาคแรกก็สู้ไม่ได้ให้เผ่าหูกระต่ายเป็นอาวุธลับ (สู้ได้แหละแต่ถึงขั้นฮาคุโอโระต้องคืนร่างเทพมาตบเลย) พี่เทพดำเป็นใครมาจากไหน ทำไมมีหุ่นแบบนี้ได้ คือคอกพิทมันเหมือนไททันอ่ะ เชื่อมต่อการขยับกับความรู้สึก ถ้าหุ่นโดนฟันคนขับก็เดี้ยง ไม่ได้มีเปิดช่องแล้วมีเก้าอี้หรือที่ยืนนะ แล้วหุ่นขยับข้อต่อแบบสิ่งมีชีวิตมากๆ วิทยาการมนุษย์หูกลมก่อนเป็นสไลม์ก็ดูไม่น่าจะพัฒนาอะไรแนวนี้ หรือเพราะเป็นเวทมนต์เหรอ? ตรงนี้เป็นจุดเดียวที่รู้สึกขัดกับเนื้อเรื่อง เพราะความเทพมันเกินสเกลไปหน่อย ความเวอร์ทุกอย่างยกให้เทพตัวจริงและพวกมนุษย์หูกลมละกัน

อย่างที่สอง อนิเมไม่มีฉาก 18+ แต่เกมต้องมี เพราะภาคต่อไปเป็นเรื่องของรุ่นลูก

ทีมอนิเมตัดฉากเรทออกทั้งหมดเพราะไม่คิดว่าจะมีภาคต่อ และเวลาฉายของเรื่องนี้คือช่วง 6โมงเย็นค่ะ (เขร้ …ให้เด็กดูคนฆ่ากันหลังเลิกเรียนกลับบ้าน โหดจริงๆ)

ในเกม ฮาคุโอโระจะได้เข้าซีน 18+ กับสาวๆทั้ง 5 คน ได้แก่ เอรูรุ นางเอกของเรา อุรุโทรี่ คารุร่า คามิว และ ยูซุฮะ

ของเอรูรุเราเข้าใจ ตัวติดกัน ตอนแรกอวยให้เป็นแค่พ่อลูก แต่ดูทรงแล้ว บทเธออย่างกับภรรยา และเราอวย เพราะฉะนั้นถือว่าดี (ฮา)

ของอุรุโทรี่กับคารุร่า จะมีเหตุผลที่ต้องทำ ซึ่งก็โอเค้ ผู้ใหญ่ คิดซะว่านางสนมขอมา แต่หลังจากสองอีเวนท์นี้เอรูรุมีงอนด้วย(เห็นมั้ย นางเอกของเรื่องไงล่ะ)

แต่คามิวกับยูซุฮะนี่เราไม่โอเค คนนึงยังเด็ก!(ถึงหน้าอกน้องจะเกินวัยก็ตาม) อีกคนเป็นคนป่วย! เป็นน้องสาวของเพื่อน! ถึงนางจะขอว่า “อยากมีลูกเพื่อเป็นหลักฐานการมีชีวิต”ก็เถอะ แต่มันก็นะ… ไม่โอเคอ่ะ ทำไมเอรูรุยอม ทำไมพี่ชายยอม ทำไมฮาคุโอโระยอม ทำไมต้องอยากมีลูกด้วยอะหนู แล้วพอหนูคลอดลูกมาหนูก็ตายป่ะ พี่ไม่โอเคนะ 55555

แน่นอนว่าด้วยความเป็นเทพ ขอเทพว่าอยากมีลูกจึงได้มี เนื้อเรื่องภาคต่อไปจึงเป็นเรื่องของลูกสาวยูซุฮะในอีก 15 ปีต่อมา (ซึ่งเมื่อเห็นน้องอยู่กับเอรูรุทีไรน้ำตาจะไหล รับสาเหตุการมีลูกไม่ได้ แง)


**พ้นสปอยล์แล้วจ้า**

ภาพ และ เสียง 

บอกเลย งานดี งานภาพถือว่าเจ๋งสำหรับช่วงปี 2006 ฉากสงครามมีหลายส่วนที่นำโมเดล 3Dมาใช้ แต่อาจจะขยับแข็งๆเหมือนพวก NPC เกม แต่ก็ให้อภัยเพราะเป็นยุคนั้น มีใช้เอฟเฟกต์ที่ยุคนั้นถือว่าว้าวเลย เอาง่ายๆคือ ถ้าดูในปีนั้น จะรู้สึกทึ่งเรื่องงานภาพมาก แต่มาดูย้อนหลังก็ถือว่าไม่เลว เพราะงานอนิเมดี ไม่ค่อยมีเผาเลย โดยเฉพาะฉากต่อสู้ทำได้ดีมาก ลำดับฉากแอคชั่นมันส์ดี

งานเสียง OSTอาจจะไม่ได้ดีที่สุดไปซะหมด แต่ก็มีแทร็กที่เจ๋งๆที่ติดหูคนฟังมากมาย รวมไปถึงเพลงเปิด โดย Suara ที่เจ๊รับร้องเพลงให้ซีรี่ส์นี้มันทุกแฟรนไชส์เลย ชอบเสียงเจ๊นะ ร้องเพลงไม่เหมือนใครดี sound effect ก็ใช้กันตามยุคนั้น สรุปคือ ก็ดีนะ ถ้ามีเวอร์ชั่น orchestra แล้วจัดพวกกลองดีๆ เราจะชอบมากกกกก


สรุป

 

utawarerumono_anime_front_page
รักใครชอบใครเลือกเอา หรือจะเหมาหมดก็แล้วแต่ 555

 

Utawarerumono เป็นอนิเมชั่นที่บอกเล่าความเป็นมนุษย์ผ่านมนุษย์ที่มีหูหาง และผ่านบรรยากาศสงคราม แต่ก็แทรกเนื้อเรื่องน่ารักๆ บรรยากาศสงบสุข ฉากฮาๆ แบ่งบทของตัวละครได้ดี ตัวละครทุกตัวสร้างความผูกพันให้คนดู เชื่อว่าถ้าได้ดูภาคต่อไป พอเห็นตัวละครจากภาคนี้จะต้องมีรู้สึกคิดถึงกันบ้างแน่ๆ

เนื่องจากตัวละครผู้หญิงออกจะเยอะ เลยออกฮาเร็มกลายๆ แต่ถ้าไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้ และกำลังหาอนิเมที่ พล็อตไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป จบดี เคลียร์ปมครบ ยังไงเราก็แนะนำเรื่องนี้ค่ะ เป็นเรื่องที่รู้สึกว่า ดีแล้วที่ได้ดู ที่สำคัญมาดูเอาตอนที่เลิกพีคกันไปแล้วด้วย 5555

เรื่องนี้ยอมรับว่า ศัพท์เฉพาะเรื่องเยอะมากกก ที่สำคัญถ้าได้ฟังภาษาญี่ปุ่นดีๆ จะพบว่าคำศัพท์ที่ใช้ค่อนข้างเป็นศัพท์ยากซะเยอะค่ะ อันนี้ก็พยายามมองว่า คนเขียนบทและออกแบบเรื่องนี้ได้คิดมาอย่างดีแล้วกันค่ะ อย่างน้อยเขาก็ทำให้เราอินกับการมีตัวตนของประเทศหรือชนเผ่าต่างๆหรือวัฒนธรรมของเขาได้อยู่นะ


และการรีวิวก็จบเพียงเท่านี้

สำหรับอนิเมชั่น Utawarerumono ภาคแรกนี้ นอกจาก26 ตอนที่เป็นเนื้อเรื่องหลักแล้ว ยังมี DVD Special 4 ตอน เนื้อหาสดใสผ่อนคลายหัวใจ และ OVA อีก 4 ตอน ที่เอาเนื้อเรื่องจากในเกมที่ตัดออกจากอนิเมหลักมาเล่าใหม่ด้วยลายเส้นที่ …ทุกคนหน้าเด็กไปหมด และเซอร์วิสจัดเต็ม ท่อนบนสาวๆไม่ปิดเลย ตอนดูกรุณาระวังด้วยนะคะ

ซีรี่ส์ Utawarerumono ยังมีเวอร์ชั่นอนิเมต่ออีกภาค คือภาค2 itsuwari no kamen ซึ่งเราจะรีวิวต่อในโพสต่อไป ติดตามได้นะ!

สำหรับการรีวิวครั้งนี้ถ้ามีเนื้อหาตรงไหนผิดไปรบกวนแจ้งหน่อยน้า เดี๋ยวจะรีบแก้ให้

ขอบคุณที่อ่านจนจบกัน และขอให้สนุกกับเรื่องนี้นะคะ!